
Nintendo Entertainment System (NES) เปิดตัวในอเมริกาเหนือในปี 1985 เป็นจุดหักเหทางประวัติศาสตร์ในประวัติวิดีโอเกม เดิมวางขายในญี่ปุ่นปี 1983 ในชื่อ Famicom (Family Computer) เครื่องถูกออกแบบใหม่และเปลี่ยนแบรนด์สำหรับตลาดตะวันตกหลังวิกฤตวิดีโอเกมอเมริกาเหนือปี 1983 ที่ทำลายล้าง ด้วยดีไซน์สีเทาคล้าย VCR คาร์ทริดจ์สลับได้ และการแนะนำ “Nintendo Seal of Quality” NES ช่วยฟื้นความเชื่อใจของสาธารณะในเกมบ้าน และตั้งมาตรฐานใหม่สำหรับคุณภาพฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
NES เป็นบ้านของเกมไอคอนที่กำหนดประเภทเกมมากที่สุดบางเกมเท่าที่เคยสร้าง Super Mario Bros. ปฏิวัติแพลตฟอร์มเมอร์และแนะนำผู้คนนับล้านสู่ Mushroom Kingdom The Legend of Zelda นำการสำรวจโลกเปิดและฟีเจอร์เซฟมาสู่เครื่องเล่น Metroid, Mega Man, Castlevania และ Final Fantasy วางรากฐานให้แฟรนไชส์ใหญ่และประเภทเกมเพลย์ ด้วยจอยที่เรียบแต่ตอบสนอง และคลังเกมคุณภาพสูงที่โตขึ้น NES กลายเป็นคำพ้องของเกมบ้านสำหรับผู้เล่นรุ่นหนึ่ง
ต้นทศวรรษ 1990 NES เริ่มแผ่วเมื่อระบบ 16 บิตที่ทรงพลังกว่าอย่าง Super Nintendo และ Sega Genesis ขึ้นมา แม้กระนั้น NES ขายได้กว่า 60 ล้านเครื่องทั่วโลก และยังเป็นหนึ่งในเครื่องเล่นที่รักและสำคัญที่สุดในประวัติเกม อิทธิพลยังรู้สึกได้ทุกวันนี้ ไม่เพียงผ่านแฟรนไชส์ที่มันให้กำเนิด แต่ผ่านปรัชญาดีไซน์ที่เน้นเกมเพลย์ที่ขัดเกลา จินตนาการ และการเข้าถึง NES ไม่เพียงฟื้นอุตสาหกรรมเกม — มันกำหนดใหม่
ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค NES
| ส่วนประกอบ | ข้อมูลจำเพาะ |
|---|---|
| CPU | Ricoh 2A03 (อิง MOS 6502) @ 1.79 MHz (NTSC) |
| Graphics | PPU (Picture Processing Unit) 48 สี + เทา 5 เฉด 25 สีบนจอพร้อมกัน |
| Resolution | 256x240 พิกเซล |
| Sound | เสียงโมโน 5 ช่อง (คลื่นสี่เหลี่ยม 2, สามเหลี่ยม 1, นอยส์ 1, DPCM 1) |
| Media | คาร์ทริดจ์ ROM (สูงสุด 512KB บางเกมมีแมปเปอร์และสำรองแบตเตอรี่) |
| Controllers | จอยสี่เหลี่ยม D-pad สองปุ่ม |
| Release Date | 1983 (ญี่ปุ่น - Famicom), 1985 (อเมริกาเหนือ - NES), 1986 (ยุโรป) |

